ลดน้ำหนักลดสัดส่วน, สาระสุขภาพ

วิธีลดน้ำหนักฉบับมนุษย์เงินเดือน 

ลดน้ำหนักฉบับหนุ่มสาวออฟฟิศ ปรับพฤติกรรมนิดๆพิชิตพุง

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยหุ่นอย่างพริตตี้ ทำงานออฟฟิศไม่กี่ปีกลายเป็นโอ่งมังกร
ทำไมทำงานออฟฟิตแล้วอ้วนขึ้น สาเหตุมาจากการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมคล้ายๆกัน

1 มีกิจกรรมทางกายต่ำมาก ชีวิตแทบจะมีแต่นั่ง(ทำงาน)กับนอน ทำให้ระบบเผาผลาญต่ำ มวลกล้ามเนื้อน้อย(เพราะไม่ค่อยได้ใช้) อ่อนแอ ใช้พลังงานน้อยลง แต่กินมากขึ้น จะออกกำลังกายก็มีข้ออ้าง เหนื่อยบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง

2 ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานจุกจิก บนโต๊ะมักจะมีขนมขบเคี้ยวพร้อมให้หยิบกินตลอดเวลา ขนมบางอย่างหยิบกินเพลินๆไม่กี่ชิ้นแต่อาจได้พลังงานเทียบเท่าการวิ่งเป็นกิโลเลยทีเดียว บางคนไม่ทานมื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด การอดอาหารเช้าจะยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญต่ำลง และต่ำไปทั้งวัน ทำให้กินมื้อกลางวันเกินพอดี รวมทั้งมีผลกับสุขภาพด้านอื่นๆด้วย

3 เครียดกับงานแล้วไปลงกับอาหารโดยเฉพาะของหวาน เสพติดความหวาน ชาเย็น กาแฟเย็น น้ำอัดลม ขนมหวาน เพราะช่วยให้อารมณ์ดีกระปรี้กระเปร่าสดชื่น แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ส่วนพลังงานที่ได้มาอาจไม่ใช่ของชั่วคราว เพราะจะกลายเป็นไขมันเกาะพุงแบบถาวรถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

4 ทานแต่อาหารตามสั่ง เมนูสิ้นคิด อาหารจานด่วน หวานมันเค็ม กระเพราไข่ดาว ผัดไท ผัดซีอิ๋ว ข้าวมันไก่ ส้มตำข้าวเหนียวไก่ย่าง ก๋วยเตี๋ยวปรุงรสจัดๆ ของทอดต่างๆ ล้วนแต่ให้พลังงานสูง ไขมันสูง โซเดียมสูง

5 ปาร์ตี้ก่อนวันหยุดทุกสัปดาห์ เครื่องดื่มแอลกอฮอร์หลายคนไม่รู้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง ซ้ำร้ายยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร ของคาวของหวานทานเพิ่มอีก โดยเฉพาะอาหารไขมันสูง พลังงานที่ใช้ไปกับการย่อก็ไม่พอชดเชยกัน

ปรับพฤติกรรมทำให้ผอม
1 เพิ่มกิจกรรมทางกายในแบบหนุ่มสาวออฟฟิศ เพื่อตัดข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลาออกกำลังกาย
– ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน การเดินขึ้นลงบันไดช่วยกระชับต้นขา สะโพก ก้น เผาผลาญพลังงานได้ดี ทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรง เริ่มจากเบาๆ ถ้าทำงานหรือพักอาศัยอยู่ชั้น 10 ก็ลงที่ชั้น 7 หัดเดินขึ้น 3 ชั้น อาทิตย์ถัดๆไปเป็น 4 ชั้น 5 ชั้น ไปตามลำดับ ภายในเวลา 2 เดือน ก็สามารถเดินขึ้นลงตึก 10 ชั้นได้แล้ว
– เสียสละที่นั่งบนรถประจำทาง กะเวลาก่อนถึงที่หมายซัก 30 นาที การยืนโหนราวบนรถประจำทางช่วยบริหารกล้ามเนื้อได้แทนทั้งตัว ใช้กล้ามต้นขา ลำตัว แขน ไหล่ในการทรงตัวเพื่อไม่ให้ล้ม จึงช่วยกระชับกล้ามเนื้อและเผาผลาญพลังงานได้ดี อีกทั้งเป็นการแสดงน้ำใจแก่ผู้อื่นด้วย เริ่มจากวันเว้นวัน เมื่อแข็งแรงขึ้นก็สามารถยืนได้ทุกวัน และอาจยืนได้นานกว่า 30 นาที
-ลงรถประจำทางก่อนถึงที่หมายซัก 2-3 ป้าย เพื่อบังคับตัวเองให้เดิน เสียเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น… เดินเร็ว เดินแกว่งแขน ถือเป็นการออกกำลังอย่างง่าย ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน
-กายบริหารง่ายๆระหว่างทำงาน ไม่ต้องอายเพื่อน ทำได้เรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก นั่งเหยียดขาขึ้นลง นั่งเกร็งแขม่วหน้าท้อง
-ถ้าอยู่ในห้องส่วนตัว ลองดู youtube หาคลิปการออกกำลังกายในออฟฟิต แล้วทำตามใช้เวลาแค่ 10-15 นาทีก่อนไปทานมื้อเที่ยงและก่อนเลิกงาน
-ยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ นอกจากช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกาย ยังช่วยคลายปวดเมื่อยป้องกัน office syndrome ได้ด้วย
-ลองนั่งเก้าอี้อากาศก่อนนั่งเก้าอี้จริงๆทุกครั้ง ครั้งละ 30 วินาที
-เปลี่ยนจากนั่งเก้าอี้ทำงานเป็น นั่งบน fitness ball จะทำให้ใช้กล้ามเนื้อลำตัวมากขึ้น บุคลิกจะดีขึ้น และช่วยลดอาการ office syndrome ได้ด้วย
-เปลี่ยนจากนั่งประชุมเป็นยืนประชุม
-ตั้งใจออกกำลังจริงๆจังๆซักที วันละ 15 นาทีก็ได้ ลองเข้า youtube พิมพ์ “home workout 15 minutes” เลือกดูและทำตามคลิปที่ตัวเองน่าจะทำได้ มีคลิปวิธีออกกำลังให้ดูมากมาย เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ทำให้ไม่เบื่อด้วย

2 พยายามเลือกทานอาหารให้คลีนขึ้น ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แค่เลี่ยงอาหารรสหวานมันเค็ม ของผัด ของทอด ทานแป้งให้น้อยลง ทานเนื้อสัตว์และผักให้มากขึ้นจะทำให้อยู่ท้องนาน ถ้าสามารถทำอาหารง่ายๆไปทานเองได้จะดีมาก เพราะอาหารตามสั่งและอาหารจานด่วนเลือกให้ได้ดีๆค่อนข้างยาก

3 ทานอาหารให้ช้าลง สมองของเราจะรับรู้ว่ากินอิ่มแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที ดังนั้นการทานอาหารช้าๆจะทำให้รู้สึกอิ่มโดยที่ไม่ทานเยอะเกินไป

4 เปลี่ยนชนิดอาหารว่างจากขนมเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ที่น้ำตาลต่ำไฟเบอร์สูง หรือธัญพืช และควรวางให้ห่างมือห่างสายตา เพราะการมองเห็นสามารถกระตุ้นความอยากอาหารได้แม้ไม่หิว หยิบจับง่ายจะทำให้เรากินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ซื้ออาหารว่างตุนไว้มากๆ จำกัดปริมาณและหัดทานให้เป็นเวลาเพื่อลดการทานจุกจิกตลอดทั้งวัน

5 ลดละเลิกของหวานและเครื่องดื่มให้พลังงานสูง ค่อยๆปรับเปลี่ยน เช่น จากกาแฟเย็นเป็นกาแฟดำ จากชานมเย็นเป็นชาธรรมชาติ จากน้ำผลไม้เป็นผลไม้สด

6 ตั้งเป้าหมายไปที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จดบันทึกกิจกรรมทางกายและอาหารทุกอย่างที่ทาน เพื่อดูพัฒนาการว่าสามารถออกกำลังและทานอาหารได้ดีขึ้นหรือไม่ ควรให้รางวัลตัวเองสำหรับความก้าวหน้า แต่ต้องไม่ใช่ของกินนะ

7 สุดท้ายคือ ลดๆปาร์ตี้ลงบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมคลายเครียดจากงาน เช่น เล่นกีฬาเบาๆแทน ได้ทั้งสุขภาพจิตดี สุขภาพกายดี รูปร่างก็ดีขึ้นด้วย

 

ทำงานออฟฟิต ยิ่งถ้าเป็นดื้อยา เคยทายาลดมา บวกกับเป็นคนบ้างาน จะต้องกินหนักอยู่แล้ว  น้ำหนักจะขึ้นเร็วมาก 

                      อยากผอม / ไม่มีเวลา 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s